ผู้เขียน หัวข้อ: รู้ไหมว่ากระเทียมนั้นมีสรรพคุณ-เเละประโยชน์อย่างมากๆ  (อ่าน 68 ครั้ง)

01adxz45

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 9
    • ดูรายละเอียด

กระเทียม
กระเทียมกับผลดีต่อร่างกาย
กระเทียม เป็นไม้ล้มลุกที่มีหัวลักษณะเป็นทรงกระเปาะอยู่ใต้ดินเช่นเดียวกับหัวหอม ซึ่งแต่ละหัวจะประกอบด้วย 6-10 กลีบ นิยมประยุกต์ใช้เป็นเครื่องปรุงทำอาหาร กระเทียมเป็นพืชที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากพืชทั่วไป เพราะอุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์ในจำนวนมาก ยิ่งกว่านั้นกระเทียมประกอบไปด้วยสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย อาทิเช่น อาร์จีนีน (Arginine) โอลิโกแซ็คคาไรด์ (Oligosaccharides) ฟลาโวนอยด์ (Flavoniods) รวมทั้งซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสภาพร่างกาย
กระเทียม
หลายคนอาจจดจำกระเทียมได้จากกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเกิดจากสารอัลลิซิน (Allicin) นอกเหนือจากที่จะทำให้กระเทียมมีกลิ่นที่สะดุดตาแล้ว อัลลิสินยังเป็นสารออกฤทธิ์หลักที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย และก็อาจมีส่วนช่วยรักษาโรคหรือทำให้อาการต่างๆดียิ่งขึ้น โดยที่คนไม่ใช่น้อยเชื่อว่าการรับประทานกระเทียมอาจช่วยทุเลาอาการที่เกี่ยวพันกับหัวใจรวมทั้งเส้นเลือด ความดันโลหิต คอเลสเตอรอล บรรเทาหวัด รวมทั้งใช้น้ำมันกระเทียมเป็นยาทาภายนอกเพื่อรักษาอาการติดโรคทางผิวหนัง เล็บ หรือช่วยรักษาอาการผมหล่นอีกด้วย
ดังนี้ข้อรับรองหรือหลักฐานทางด้านการแพทย์มีมากน้อยเพียงใดที่จะช่วยรับรองสรรพคุณ ประโยชน์ รวมทั้งความปลอดภัยของการกินกระเทียมที่มีบทบาทหรือส่วนช่วยสำหรับเพื่อการรักษาโรคเหล่านี้
ความดันโลหิตสูง อัลลิซินซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่เจอได้ในกระเทียมสดหรือสินค้าเสริมอาการที่มีส่วนประกอบของกระเทียม อาจมีส่วนช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเรียบที่เรียงตัวในหลอดเลือดและส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวแล้วก็ทำให้ระดับความดันโลหิตลดลดลง ซึ่งสอดคล้องกับการทดสอบชิ้นหนึ่งให้ผู้ป่วยที่มีระดับความดันโลหิตสูงโดยที่มีค่าความดันซิสโตลิก (Systolic Blood Pressure: SBP) มากกว่าหรือพอๆกับ 140 ไม่ลลิตรปรอท รับประทานกระเทียมบ่มสกัด (Aged Garlic Extract: AGE) ขนาด 960 มิลลิกรัม ตรงเวลา 12 อาทิตย์ พบว่าค่าความดันซิสโตลิกลดต่ำลงมากกว่าเมื่อเทียบกับคนเจ็บที่กินยาหลอก จึงอาจพูดได้ว่าการรับประทานกระเทียมบ่มสกัดอาจมีความสามารถในการรักษาผู้ป่วยความดันเลือดสูงได้ดีมากว่ายาหลอก
ต่อให้มีการทดลองอีก 2 ชิ้นที่บ่งบอกถึงถึงความสามารถของกระเทียมสำหรับเพื่อการลดระดับความดันโลหิตได้ดีมากยิ่งกว่าการใช้ยาหลอก แม้กระนั้นเหตุเพราะผลของการทดสอบบางทีอาจยังไม่แม่นยำพอเพียงที่จะสรุปประสิทธิภาพของกระเทียมได้ว่าสามารถรักษาหรือลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและก็หลอดเลือดในผู้เจ็บป่วยความดันเลือดสูง จึงยังจำเป็นที่จะต้องเรียนเพิ่มเติมอีกเพื่อยืนยันประสิทธิภาพที่กระจ่างเพิ่มขึ้น
มะเร็ง ความเชื่อมโยงของการบริโภคกระเทียมและความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งยังคลุมเครือและก็ยังคงเป็นที่โต้เถียงกันอยู่ ซึ่งจะเห็นได้จากการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้ชาวจีนทั้งสิ้นศชายแล้วก็เพศหญิงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารปริมาณกว่า 5,000 คน กินสารอัลลิทริดินขนาด 200 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับสารซีลีเนียมขนาด 100 ไมโครกรัมวันเว้นวัน ซึ่งล้วนเป็นสารสกัดที่ได้จากกระเทียม โดยการทำการทดลองเป็นเวลา 5 ปี และเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่กินยาหลอกแล้วพบว่ากลุ่มที่กินสารอัลลิทริดินร่วมกับสารซีลีเนียมเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกลดลง 33 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารต่ำลงถึง 52 เปอร์เซ็นต์
แต่ มีการทำการวิจัยอีก 19 ชิ้นทำให้เห็นว่า ยังไม่พบหลักฐานที่น่าไว้ใจพอดีจะช่วยสนับสนุนความสัมพันธ์ของการบริโภคกระเทียมต่อการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะ โรคมะเร็งหน้าอก โรคมะเร็งปอด หรือโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก รวมทั้งมีหลักฐานที่ค่อนข้างจำกัดที่สนับสนุนว่าการบริโภคกระเทียมบางทีอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งไส้ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งหลอดของกิน โรคมะเร็งกล่องเสียง มะเร็งในช่องปาก หรือโรคมะเร็งรังไข่
ดังนี้สถาบันมะเร็งแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (NCI) ได้พูดว่ากระเทียมเป็นผักประเภทหนึ่งที่อาจมีคุณลักษณะต่อต้านโรคมะเร็ง แม้กระนั้นยังมีเหตุอื่นๆยกตัวอย่างเช่น ลักษณะของสินค้าที่ทำจากกระเทียม หรือจำนวนความเข้มข้นที่นานัปการ อาจจะก่อให้พิสูจน์ถึงสมรรถนะของกระเทียมได้ยาก และก็เมื่อเวลาผ่านไปหรือเก็บเอาไว้ภายในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก็อาจก่อให้ประสิทธิภาพของกระเทียมหมดลงไปได้เช่นเดียวกัน
แก้หวัด ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่ากระเทียมมีฤทธิ์ต้านทานเชื้อจุลินทรีย์แล้วก็เชื้อไวรัส และก็มีการนำมาใช้เพื่อคุ้มครองปกป้องและก็ทุเลาอาการหวัดมาอย่างยาวนาน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ให้อาสาสมัครปริมาณ 146 คน กินสารสกัดจากกระเทียมรูปแบบเม็ดซึ่งประกอบไปด้วยสารอัลลิซินขนาด 180 มก.วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ แล้วให้อาสาสมัครจดบันทึกอาการเมื่อเป็นหวัด พบว่าในกรุ๊ปที่รับประทานสารสกัดจากกระเทียมมีรายงานการเป็นหวัดจำนวน 24 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินยาหลอกที่มีรายงานการเป็นหวัดจำนวน 65 ครั้ง ทั้งยังยังพบว่าช่วงเวลาของการเป็นหวัดในกรุ๊ปที่รับประทานสารสกัดจากกระเทียมมีปริมาณวันที่น้อยกว่า แต่ระยะเวลาการฟื้นตัวจากอาการหวัดของ 2 กลุ่มมีความไม่เหมือนกันเพียงเล็กน้อย ถึงแม้ว่าผลการทดสอบข้างต้นจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถของกระเทียม แต่ว่าหลักฐานการทดสอบทางสถานพยาบาลยังไม่พอแล้วก็ควรต้องเล่าเรียนเพิ่มเติมอีกเพื่อยืนยันคุณภาพของกระเทียมให้แจ่มชัดยิ่งขึ้น
ลดน้ำหนักรวมทั้งมวลไขมัน ในคนป่วยภาวะไขมันพอกตับ ที่มิได้เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่ว่ามักมีเหตุที่เกิดจากโรคอ้วน เบาหวานประเภทที่ 2 ความดันโลหิตสูง แล้วก็ไขมันในเลือดสูง ซึ่งการรักษาด้วยการรับประทานยา การผ่าตัด หรือลดความอ้วนอาจน้อยเกินไป ถ้าหากไม่ดูแลหัวข้อการรับประทานอาหารควบคู่ไปด้วย การรับประทานกระเทียมก็เลยอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยเหตุว่ากระเทียมเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์รวมทั้งสารอาหารอื่นๆที่อาจมีคุณสมบัติคุ้มครองปกป้องภาวการณ์อ้วน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาค้นคว้าวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้คนไข้ไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งเพศชายรวมทั้งผู้หญิง อายุตั้งแต่ 20-70 ปี จำนวนทั้งสิ้น 110 คน กินกระเทียมผงชนิดแคปซูลขนาด 400 มก. ซึ่งด้านในประกอบไปด้วยสารอัลซิลินขนาด 1.5 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 15 สัปดาห์ โดยสามารถกินอาหารได้ตามเดิม แต่กินกระเทียมได้ไม่เกินอาทิตย์ละ 2 กลีบ จากผลของการทดสอบแสดงให้เห็นว่า น้ำหนักและก็มวลร่างกายต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอก จึงอาจพูดได้ว่าการกินกระเทียมอาจช่วยลดจำนวนไขมันในตับและป้องกันหรือชะลอการเกิดภาวการณ์ไขมันพอกตับที่มิได้มีเหตุที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็แล้วแต่การเล่าเรียนในอนาคตยังจึงควรวางแบบการทดสอบให้ดียิ่งขึ้นและก็ควรจะเพิ่มระยะเวลาสำหรับในการทดลองเพื่อยืนยันความสามารถของกระเทียมให้แจ้งชัดเพิ่มขึ้น
ลดระดับคอเลสเตอรอล หลักฐานเกี่ยวกับคุณภาพของกระเทียมต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลยังคงขัดแย้ง จึงทำให้ยังไม่สามารถที่จะสรุปได้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสอดคล้องกับการทดสอบและก็การศึกษาโดยการทบทวนงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยที่เกี่ยวปริมาณ 29 ชิ้น ได้ชี้ให้เห็นว่า การรับประทานกระเทียมอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมได้บางส่วน แต่ไม่ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลประเภทที่ดี (High-Density Lipoprotein: HDL) เพิ่มสูงมากขึ้น หรือไม่ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลจำพวกที่ไม่ดี (Low-Density Lipoprotein: LDL) ซึ่งเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจลดลงอะไร ก็เลยยังจึงควรเรียนรู้เสริมเติมเพื่อหาบทสรุปและยืนยันสมรรถนะของกระเทียมต่อระดับคอเลสเตอรอลที่กระจ่างแจ้งเพิ่มขึ้น

ความปลอดภัยสำหรับการกินกระเทียม
การกินกระเทียมค่อนข้างจะไม่มีอันตรายถ้าหากรับประทานในปริมาณที่สมควร แต่ว่าอาจส่งผลให้เป็นผลข้างๆได้ ดังเช่นว่า ปากเหม็น มีกลิ่นเต่า รู้สึกแสบร้อนที่รอบๆปากหรือที่กระเพาะอาหาร แสบร้อนกลางอก ท้องขึ้น คลื่นไส้ อ้วก หรือท้องร่วง อาการกลุ่มนี้อาจทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อกินกระเทียมสด อีกทั้งการใช้กระเทียมสดทาหรือสัมผัสที่บริเวณผิวหนังอาจจะส่งผลให้กำเนิดอาการแสบร้อนและก็ระคายเคืองได้
ข้อควรระวังในการรับประทานกระเทียมโดยเฉพาะบุคคลในกรุ๊ปตั้งแต่นี้ต่อไป
ผู้ที่กำลังตั้งท้องหรือคนที่อยู่ในตอนให้นมบุตร การรับประทานกระเทียมในตอนการมีครรภ์ออกจะไม่เป็นอันตรายแม้กินเป็นอาหารหรือในปริมาณที่สมควร แต่ว่าอาจไม่ปลอดภัยหากกินกระเทียมเป็นยารักษาโรค ทั้งยังยังไม่มีช้อมูลที่น่าเชื่อถือเพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของการทากระเทียมที่บริเวณผิวหนังในตอนการมีครรภ์หรือให้นมลูก
เด็ก การรับประทานกระเทียมในจำนวนที่สมควรแล้วก็ในระยะสั้นๆบางทีอาจไม่มีอันตรายสำหรับเด็ก แม้กระนั้นการใช้กระเทียมทาบริเวณผิวหนังอาจจะเป็นผลให้กำเนิดอาการแสบร้อนรวมทั้งเคือง
คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือการย่อยของอาหาร อาจจะส่งผลให้มีการระคายเคืองที่ทางเดินอาหารได้
ผู้ที่มีความดันเลือดต่ำ การกินกระเทียมอาจจะทำให้ระดับความดันโลหิตลดลดลงมากกว่าธรรมดา
ผู้ที่คิดแผนเข้ารับการผ่าตัด ควรจะหยุดรับประทานกระเทียมก่อนที่จะมีการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ด้วยเหตุว่าอาจจะก่อให้เลือดออกมากรวมทั้งมีผลต่อความดันโลหิตในระหว่างการผ่าตัด และก็คนที่มีภาวการณ์เลือดออกแตกต่างจากปกติไม่สมควรรับประทานกระเทียม โดยยิ่งไปกว่านั้นกระเทียมสด เพราะเหตุว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เลือดออกได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
ผู้ที่อยู่ในระหว่างการรับประทานยารักษาโรค ได้แก่ ไอโซไนอะซิด เพราะว่ากระเทียมอาจลดการดูดซึมของยาภายในร่างกายและมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของยา รวมถึงไม่สมควรรับประทานกระเทียมในระหว่างใช้ยาดังต่อไปนี้
ยารักษาการติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องหรือโรคภูมิคุมกันบกพร่อง
ยาคุม
ยาต่อต้านการแข็งตัวของเลือด
ยาต่อต้านเกล็ดเลือด
http://www.disthai.com/