ผู้เขียน หัวข้อ: บุก สมุนไพรไทย เพื่อหลีกไกล เรื่องอ้วนๆ  (อ่าน 22 ครั้ง)

0101lopppllh@gmail.com

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 7
    • ดูรายละเอียด

บุก สมุนไพรไทย เพื่อหลีกไกล เรื่องอ้วนๆ
บุก มาแล้ว ! บุกมาแล้ว !  รีบหนีเร็ว  เอ๊ะยังไงนี่ พวกเรากำลังดูหนังการสู้รบอยู่เหรอ ไม่ขอรับ บุกในที่นี้ไม่ได้ถึงศัตรูบุก แต่ว่าคือหัวบุก สมุนไพรไทยบ้านพวกเรา ต่างหาก รวมทั้งที่จำต้องหนี ไม่ใช่คนไหนกันแน่ตรงไหน แต่ว่าเป็นโรคฮอตฮิตในปัจจุบันอย่างโรคอ้วน เบาหวาน ต่างหากที่จำต้องหนีไป
บุก ส่วนที่เห็นเป็น หัวบุก ทีแรกเรื่องของบุกในเมืองไทย มันก็ไม่ได้แพร่หลายหรือเป็นที่ได้รับความนิยมราวกับทุกวันนี้เพราะว่าจริงๆทีแรกมันก็เป็นพืชประจำถิ่นอยู่ดี  คนภายในท้องถิ่นก็นำบุกมาทำกับข้าว เหมือนเผือก เสมือนมันทั่วไปพอเริ่มมีคนมาวิจัย   คุณประโยชน์ต่างๆของมัน เลยแปลงเป็นพืชสมุนไพรไทยยอดนิยม มีการแปรรูปเป็นรูปแบบต่างๆตั้งแต่สารสกัด บุกผง วุ้นบุก และอื่นๆอีกมาก วันนี้เองก็คงจะไม่ช้าเหลือเกินที่จะนำทุกคนมารู้จัก พืชสมุนไพรไทย ที่เรียกว่าบุกกันแบบลึกซึ้งมารู้จักบุกกัน
ชื่อไทย   บุก
ชื่อสามัญ  Konjac ,  devil’s tongue  (ลิ้นภูตผีปิศาจ  น่าสะพรึงกลัวนะครับชื่อนี้ คาดว่ามาจากลักษณะของดอกบุก )   , shade palm, umbrella arum
ชื่อวิทยาศาสตร์      Amorphophallus rivieri Durieu cv. Konjac
ชื่อสกุล    ARACEAE
ชื่อตามเขตแดน  :  บุกปะทุงคก (จังหวัดชลบุรี) เบีย เบือ (แม่ฮ่องสอน) มันซูรัน (ภาคดลาง)  หัวบุก (จังหวัดปัตตานี) บุกคางคก  (ภาคกลาง, เหนือ) บุกหนาม บุกหลวง (แม่ฮ่องสอน)  กระบุก (อิสาน)
เราเจอบุกได้ที่ไหน
บุกเป็นพืชป่าล้มลุกที่เจอทั่วๆไปทุกภาคของประเทศ โดยขึ้นกับตาม ชายเขา รวมทั้งบางครั้งก็พบตามพื้นที่ ปลูกข้าว เช่นที่ปทุมธานี รวมทั้งนนทบุรี ฯลฯ บุกขึ้นได้ในสภาพดินทุกชนิด แม้กระนั้นจะเจริญวัยก้าวหน้าให้หัวขนาด ใหญ่ได้ในดินที่ร่วนซุย น้ำไม่ขังรวมทั้งดินที่มีฮิวมัส หรือสารอินทรีย์สูง
ลักษณะของต้นบุก
ลักษณะของต้น บุก ชี้ให้เห็นองค์ประกอบเป็นใบบุก และหัวบุกลำต้นใต้ดิน  บุกมีลำต้นใต้ดินหรือที่เราเรียกแบบง่ายๆก็คือ หัวบุก  ชนิดเดียวกันกับเรียกหัวเผือก หัวมัน ขนาดอยู่ที่ราว 25 ซม. (บางพันธ์บางทีอาจเล็กกว่านี้ )ทรงกลมแป้นลักษณะทรงเดียวกับลูกฟักทอง แต่บางสายพันธ์มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนกันออกไป  ซึ่งส่วนนี้เอง เป็นใช้ที่สะสมของกินของบุก
 ใบบุก  ลักษณะราวกับใบมะละกอ มีสีเขียวเข้ม บางประเภทมีก้านใย เป็นลวดลายบางประเภทมีหนามอ่อนๆ หรือบางครั้งบุกบางประเภทก็มีใบมีจุดแบบไข่ปลาสีขาวด้านบน  จะมีความเห็นว่าใบบุกมีใบลักษณะที่มากมายมาก  แม้กระนั้นที่เด่นๆสังเกตง่ายว่าเป็บุกเป็น จะมีก้านตรงจากกลางของหัว เมื่อโผล่จากดินแล้วแผ่กางออก 3 ทาง มีทรงแผ่กว้างแบบร่ม แม้กระนั้นบาง พันธุ์จะแปลกตรงที่กลับขึ้นข้างบนราวกับหงายร่ม ดังนั้นรูปแบบของใบบุก มีหลายแบบอย่างสังกัดจำพวกของบุก
ดอกของบุกลักษณะดอกดอกเหมือนต้นหน้าโค แต่ละจำพวกมีขนาด สี แล้วก็รูป ทรงต่างกัน บางจำพวกมีดอกใหญ่มาก โดยยิ่งไปกว่านั้นบุกคางคก ดอกบุกมีกลิ่น เหม็นราวกับเนื้อสัตว์เน่า บุกจำพวกอื่นๆมีดอกเล็กก้านดอกจะโผล่ขึ้นตรง จากกึ่งกลางหัวบุก เหมือนกันกับก้านใบ บุกชอบมีดอกในช่วงปลายหน้าแล้ง แต่บุกสามารถมีดอกได้ในตอน เวลาต่างๆกัน ช่วงเวลาสำหรับในการแก่เต็มที่ ของดอกที่จะติดผลก็ต่างกัน
 ผล[url=http://www.disthai.com/16488234/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81]บุก[/url][/url] [/color](อย่าสับสนกับหัวบุกนะ ) หลังจากดอก สืบพันธุ์ก็จะเกิดผล ผลอ่อนของบุก มีสีขาวอมเหลือง พอเพียงอายุ ได้ 1-2 เดือน จะส่งผลสีเขียวเข้ม มีจุดดำที่ปลายเหมือนผลกล้วย ผล ของบุกส่วนมากจะมีลักษณะคล้ายกัน แต่ว่าเม็ดด้านในแตกต่างกัน พบว่าส่วนมากมีเม็ดเป็นรูปทรงอูมยาว  บุกบางชนิดก็มีเม็ดในกลม   ผลแก่ของบุกจะมีสีแดงหรือแดงส้ม

บุกกับการนำมาทำครัว
เป็นพืชของกินท้องถิ่นซึ่งคนประเทศไทยนำเอาก้านใบมาแกงส้ม ลวกจิ้มน้ำพริก     ส่วนหัวบุกมีการนำไปปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงตามแต่ละภูมิภาค ยกตัวอย่างเช่นทางภาคอีสาน มีการทำขนมที่เรียกว่าขนมบุก แกงบรรพชามันบุก แกงอีสาน (แกงลาว)   ภาคตะวันออกจะมีการฝาน หัวบุกเป็นแผ่น บางบาง แล้วนำมานึ่งรับประทานอาหาร ทางภาคเหนือโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเขา มักนำมา ปิ้งกิน ภาคกึ่งกลางมักนำหัวบุกที่ฝานเป็นชิ้นบางๆมาแช่น้ำปูน แช่น้ำก่อนล้างหลายๆครั้งแล้วจากนั้นจึงค่อยนำไปทำเป็นขนมหวาน
*บุกมีหลากหลายประเภทหลายพันธุ์ บางทีอาจขมและมีพิษ ทุกประเภทมีผลึกแคลเซียมออกซาเลต (calcium oxalate) ทั้งๆที่ก้านใบและหัว ซึ่งอาจทำให้คัน ก่อนนำมาปรุงอาหารจำต้องต้มซะก่อน ไม่อย่างนั้นกินเข้าไปทำให้คันปากและลิ้นพอง
อาหารที่ดัดแปลงมาจากบุก
ปัจจุบันมีการนำบุกมาแปรรูป อีกทั้งในลักษณะของเส้นบุก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดัดแปลงจากส่วนหัวบุก มีแบบเส้นใส สามารถเอามาปรุงเป็นอาหารจานอร่อยได้ ผมว่าผู้ใดกันเคยไปกินเนื้อย่างคงเคยเจอบ้าง เว้นแต่เส้นบุกแล้วมีการนำมาผสมเครื่องดื่มต่างๆเอาแบบฮิตๆสมัยเก่า คือ เจเล่ ผสมผงบุก ถ้าเกิดจำไม่ผิดอันนี้เขามาทำเป็นรายแรก (ผู้ครอบครองบริษัทผ่านมาอ่านขอค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยนะครับ)
คุณประโยชน์ของบุก
จากการเรียนพบว่า  แป้งบุกเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน พวกกลูโคแมนแนน (glucomannan) เป็นสารโมเลกุลใหญ่ (polysaccharides)ที่มีน้ำตาล 2 ประเภทเป็นดี-เดกซ์โทรส (D-glucose) รวมทั้ง (D-mannose) เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในรูปของใยอาหาร (dietary fiber)  ซึ่งดูดน้ำได้มาก แม้กระนั้นร่างกายย่อยสลายได้ยาก ดูดซึมได้ช้า จึงให้พลังงานและสารอาหารน้อย เหลือกากมากมาย ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดี คนที่อยากลดความอ้วนนิยมรับประทานอาหารจากแป้งบุก ดังเช่น วุ้นเส้นบุก เส้นหมี่แป้งหัวบุก เพราะกินอิ่มได้ ระบายท้อง แม้กระนั้นไม่ทำให้อ้วน
นอกจากนี้เองเจ้า สารกลูโคแมนแนนนี้ สามารถลดจำนวนน้ำตาลในเลือดได้ ก็เพราะว่าความเหนี่ยว ซึ่งยั้งการดูดซึมของกลูโคลสจากทางเดินอาหาร ยิ่งหนืดมาก็ยิ่งส่งผลลดการดูดซึมกลูโคลส เพราะฉะนั้น กลูวัวแมนแนนช่วยลดน้ำตาลได้ดีมาก เดี๋ยวนี้จึงใช้แป้งเป็นวุ้นเป็นอาหารสำหรับคนไข้เป็นโรคเบาหวาน และก็สำหรับคนเจ็บเป็นโรคมีไขมันในเลือดสูง
นี่แหละครับผมคือประโยชน์จากบุก ทดลองหามาทานกันครับ มีสาระขนาดนี้ สมัยปัจจุบันนี้ไม่หายากแล้วเดินไปห้าง ก็ได้บุกเส้นแล้ว แนะนำมามายำแบบยำวุ้นเส้นครับ ยืนยันอร่อยแท้ๆ http://www.disthai.com/

Tags : สมุรไพรบุก