ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำมันเหลืองมีส่วนประกอบของสมุนไพรที่น่าทึ่ง  (อ่าน 22 ครั้ง)

0101lopppllh@gmail.com

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 7
    • ดูรายละเอียด

น้ำมันเหลือง
น้ำมันเหลือง ไพล หรือปูลอย ปูเลย มิ้นสะล่าง ว่านไฟ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zingiber montanum (Koenig) Link ex Dietr. หรือ Zingiber cassumunar Roxb. วงศ์ Zingiberaceae เป็นสมุนไพรตัวหนึ่งในบัญชียาจากสมุนไพร ใน บัญชียาหลักแห่งชาติ ปี 2554 กลุ่มที่ 2 บัญชียาพัฒนาจากสมุนไพร กรุ๊ปยารักษาอาการทางกล้ามแล้วก็กระดูก ยาสำหรับใช้ภายนอก ได้แก่ ตำรับยาครีมไพล ประกอบด้วยน้ำมันไพลที่จากการกลั่น ร้อยละ 14 โดยปริมาตรต่อน้ำหนัก (v/w) และก็ ยาน้ำมันไพล สารสกัดน้ำมันไพลที่ได้จากการทอด (hot oil extract) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ในตำรับ ซึ่งเป็นสูตรเภสัชตำรับของโรงพยาบาล ข้อบ่งใช้ของทั้งสองตำรับคือ ทุเลาอาการบวม ฟกช้ำดำเขียว กลยุทธ์ยอก
น้ำมันเหลือง ไพลที่ได้จากการทอดและผู้กระทำลั่นแตกต่างเช่นไร? น้ำมันไพลที่ได้จากผู้กระทำลั่นเป็น น้ำมันหอมระเหย ซึ่งเป็นของเหลวที่เป็น hydrophobic ระเหยได้ บางครั้งอาจจะได้จากการกลั่นโดยการต้มด้วยน้ำ (water distillation) ไอน้ำจะพาเอาน้ำมันหอมระเหย ไปควบแน่นเมื่อสัมผัสกับความเย็นของเครื่องควบแน่น (condenser) กรรมวิธีกลั่นอย่างงี้เป็นแนวทางที่คนยุโรปเริ่มแรกนิยมใช้กัน แม้กระนั้นมีข้อเสียตรงที่ไพลที่นำมากลั่นจะถูกความร้อนนาน อาจทำให้น้ำมันไพลที่ได้มีกลิ่นผิดไปได้ หรือจะได้จากผู้กระทำลั่นโดยใช้การผ่านของละอองน้ำไปสู่ภาชนะที่มีไพลบรรจุอยู่ (steam distillation) ไอน้ำจะพาเอาน้ำมันเหลือง หอมระเหยไปควบแน่นที่เครื่องควบแน่น แนวทางแบบนี้มีข้อดีกว่าเป็น ไพลจะถูกความร้อนไม่มากมาย น้ำมันหอมระเหยที่ได้จะไม่มีกลิ่นผิดเพี้ยนไป โน่นคือน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากทั้ง 2 วิธี จะมีสารประกอบทางเคมีที่แตกต่างบ้าง โดยปกติน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากผู้กระทำลั่นจะประกอบด้วยสารประกอบทางเคมีที่มีโมเลกุลเล็ก เช่น สารกรุ๊ป monoterpenes (สารที่มีคาร์บอนจำนวน 10 ตัว) และสารกรุ๊ป sesquiterpenes (สารที่มีคาร์บอนจำนวน 15 ตัว) น้ำมันหอมระเหยไพลที่ได้จากการกลั่นมี สารกลุ่ม monoterpenes เช่น sabinene, terpinen-4-ol, alpha-pinene, alpha-terpinene, gamma-terpinene, limonene, myrcene, p-cymene, terpinolene2, (E)-1-(3,4-dimethoxyphenyl)butadiene (DMPBD), (E)-4-(3’,4’-dimethoxyphenyl)but-3-en-1-ol (Compound D)3,4
ส่วนน้ำมันเหลือง ไพลที่ได้จากการทอดด้วยน้ำมันพืช เป็นแนวทางของคนประเทศไทยโบราณที่ใช้จัดแจงน้ำมันไพลเพื่อใช้ในครัวเรือน เป็นน้ำมันเช็ดนวด แก้ปวดกล้ามเนื้อ ปัจจุบันนี้หลายโรงพยาบาลของเมืองได้มีการตระเตรียมเป็นเภสัชตำรับของโรงหมอ และเป็นเยี่ยมตำรับในบัญชียาจากสมุนไพร ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ปี 2554 น้ำมันไพลสูตรนี้จัดเตรียมได้จากการนำไพลสดมาทอดกับน้ำมันพืชประเภทอิ่มตัว (มีกรดไขมันประเภทอิ่มตัว) ยกตัวอย่างเช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันเหลือง หรือน้ำมันปาล์ม ไม่สมควรใช้น้ำมันพืชประเภทไม่อิ่มตัว (มีกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัว) ยกตัวอย่างเช่น น้ำมันงา น้ำมันที่ทำจากมะกอก น้ำมันคำฝอย น้ำมันทานตะวัน หรือน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากรำข้าวน้ำมันเหลือง ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าน้ำมันประเภทไม่อิ่มตัวจะไม่ทนต่อความร้อน ทำให้พันธะคู่ในโมเลกุลเกิดการแตก และรวมกลุ่มเป็นสาร “โพลีเมอร์” เกิดขึ้น ทำให้เกิดความหนืด นอกเหนือจากนี้จะมีผลให้เกิดควันได้ง่าย และก็น้ำมันกลิ่นหืน น้ำมันพืชที่ใช้สำหรับทอดเป็นน้ำมันที่ประกอบด้วยกรดไขมัน (fatty acids) ซึ่งนับได้ว่าเป็นสารประกอบทางเคมีที่มีขั้วน้อย เป็นตัวทำละลายที่ดีสำหรับเพื่อการสกัดสารที่มีขั้วน้อยด้วย เพราะฉะนั้นน้ำมันพืชก็สามารถจะสกัดน้ำมันหอมระเหยซึ่งประกอบด้วยสารประกอบที่มีขั้วน้อยแล้วก็โมเลกุลเล็กได้ และสกัดสารประกอบที่มีขั้วน้อยแต่มีโมเลกุลใหญ่ได้ด้วย ซึ่งในไพลนอกเหนือจากประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยแล้ว ยังประกอบสารกลุ่ม arylbutanoids, curcuminoids, และก็ cyclohexene derivatives เป็นสารที่มีโมเลกุลใหญ่มากยิ่งกว่าสารในน้ำมันหอมเหลือง รวมทั้งเป็นสารที่ไม่ระเหย สรุปง่ายๆเป็น น้ำมันไพลที่ได้จากการกลั่นจะเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ประกอบด้วยสารโมเลกุลเล็กแล้วก็ระเหยได้ ส่วนน้ำมันที่ได้จากการทอดจะประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยและสารที่มีโมเลกุลใหญ่และไม่ระเหย
น้ำมันเหลือง หอมระเหยรวมทั้งสารที่มีโมเลกุลใหญ่ (สารกรุ๊ป arylbutanoids, curcuminoids, และก็ cyclohexene derivatives) เป็นกลุ่มสารที่มีผลการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยพบว่า มีฤทธิ์ต้านทานการอักเสบและแก้ปวดในสัตว์ทดสอบ โดยมีกลไกการออกฤทธิ์เหมือนกับยากลุ่ม NSAIDs3,4-12 นอกเหนือจากนี้ยังมีรายงานการศึกษาน้ำมันเหลือง ทางสถานพยาบาลพบว่า ครีมไพลหรือไพลจีซาล (14% ของน้ำมันหอมระเหย) มีฤทธิ์ลดการอักเสบแล้วก็การปวดของข้อเท้าพลิกในคนไข้นักกีฬาที่เจ็บข้อเท้าพลิกมากกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับยา หลอก13 แล้วก็พบว่าครีมไพจีซาลได้ผลดีในการรักษาลักษณะของการปวดเมื่อยล้าหลัง ไหล่ ต้นคอ เอว เข่า14 แต่ว่าตำรับยาน้ำมันเหลืองที่ได้จากการทอดด้วยน้ำมันพืช หรือการสกัดด้วยตัวทำละลายที่ไม่มีขั้ว ยังไม่เคยมีการศึกษาเล่าเรียนทางคลินิกมาก่อน ซึ่งปัจจุบันนี้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ปรึกษาโครงงาน “การพัฒนาความสามารถผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมยาสมุนไพรไทยเพื่อลดผลพวงจากการเปิดเสรีด้านการค้า AFTA ด้วยสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ 2554” เป็นโครงงานที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุน FTA กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กำลังเรียนรู้ทางสถานพยาบาลในคนเจ็บข้อเข่าเสื่อมของตำรับยาครีมไพลสกัด ซึ่งเป็นการเลียนแบบกรรมวิธีสกัดแบบภูมิปัญญา ซึ่งเป็นการสกัดสารหลายๆประเภท ไม่เพียงแค่น้ำมันเหลือง หอมระเหยเพียงแค่นั้น และก็เป็นการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้ม

Tags : น้ำมันเหลือง